แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ นักมวยไทย แสดงบทความทั้งหมด
แสดงบทความที่มีป้ายกำกับ นักมวยไทย แสดงบทความทั้งหมด

วันอาทิตย์ที่ 23 มกราคม พ.ศ. 2554

ดีด้า ไดเฟต "มวยไทยคือศิลปะอันงดงาม" (2)

ในวันที่อากาศร้อนอบอ้าวคุกคามกรุงเทพฯ ทีมข่าวกีฬาของ "ผู้จัดการรายวัน" มีนัดกับหนุ่มฝรั่งเศสอดีตนักมวยไทยชื่อกระฉ่อนบนแผ่นดินยุโรป ที่ปัจจุบันผันตัวเองจากซูเปอร์สตาร์บนผืนผ้าใบสู่วงการบันเทิงอย่างไม่ขัดเขิน

ทันทีที่เราไปถึงโรงแรมคอนราร์ดฯ ก็ได้พบกับชายชาวต่างชาติผิวขาว รูปร่างเล็ก ทว่าดูแกร่งเกร็งไปด้วยกล้ามเนื้อที่สมส่วนภายใต้การแต่งตัวตามสบายในเสื้อเชิ้ตแขนยาวสีชมพูอ่อนๆบนเก้าอี้นั่งอย่างสบายอารมณ์ พร้อมด้วยสื่อมวลชนจากหลายสำนัก ที่รายล้อมเป้าหมายของเราอยู่ แน่นอนว่านี่แหละ "ดีด้า ไดเฟต" ที่เรามองหาอยู่

ทันทีที่ได้ทำความรู้จักกันผ่านล่ามสาวหน้าหวาน ดีด้า แสดงท่าทีเป็นมิตรอย่างเห็นได้ชัด พร้อมกับกล่าว "สวัสดีครับ" เป็นภาษาไทยอย่างคุ้นลิ้น โดยอดีตนักชกหนุ่มวัย 37 ปีเล่าให้เราฟังถึงพรหมลิขิตอันเป็นจุดเริ่มต้นที่นำพามารู้จักกับ "มวยไทย" กีฬาที่เขารักอย่างแนบแน่นว่า

"ผมเป็นเด็กกำพร้าจากตอนเหนือของกรุงปารีสในฝรั่งเศส ต้องอาศัยอยู่กับคุณยาย แต่ก็ไม่ได้ใกล้ชิดอะไรมากมายนัก การมีชีวิตเติบโตจากครอบครัวที่ไม่สมบูรณ์แบบจากย่านที่เปรียบเหมือนแหล่งเสื่อมโทรม ทำให้ผมมีชีวิตที่ผิดทางต้องเข้าไปอยู่ในคุก แต่เหมือนโชคชะตาลิขิตที่นั่นแหละทำให้ผมได้เกิดใหม่และรู้จักกับมวยไทย"

"วันหนึ่งระหว่างรับโทษมีเพื่อนร่วมคุกนำภาพถ่ายการชกมวยไทยในประเทศไทยให้ดู มันทำให้ผมรู้สึกทึ่งมากเลยทีเดียว ผมตกหลุมรักมวยไทยตั้งแต่แรกเห็น พอเพื่อนเล่าเรื่องราวต่างๆนานาที่เกี่ยวข้องกับกีฬาชนิดนี้ให้ฟัง ผมเริ่มมีความรู้สึกอยากมาเห็นและเรียนรู้ด้วยตัวเองบ้าง"

จุดเริ่มต้นดังกล่าวนี่เองทำให้อดีตเด็กวัยรุ่นจอมเกเรวัย 18 ปี ตัดสินใจเก็บข้าวของจากบ้านเกิดเพื่อเดินทางข้ามน้ำข้ามทะเลมาถึงลุ่มน้ำเจ้าพระยาในเมืองไทย โดยจุดหมายแรกที่หัวใจของ ดีด้า นำพามาก็คือ "สนามมวยลุมพินี" ซึ่งเป็นจุดหมายเดียวที่หนุ่มน้อยในวันนั้นรู้จักเกี่ยวกับเมืองไทยนั่นเอง

"มันตื่นเต้นมากที่ได้มาดูมวยไทยที่เวทีลุมพินี นั่นเป็นที่แรกที่ผมต้องการจะไปในเมืองไทย ผมได้ดูนักชกทั้งสองฝ่ายบนเวทีกำลังออกอาวุธทั้งหมัด เท้า เข่า ศอก เข้าใส่กันอย่างเมามัน โดยมีเสียงคนดูรอบสนามโห่ร้อง โอ้ว โอ้ว โอ้ว เป็นจังหวะ มันเรียกความรู้สึกคึกคักเร้าใจมาก ในบรรยากาศแบบนั้นมันทำให้เลือดผมสูบฉีดอย่างแรง เห็นแล้วก็ต้องร้องอุทานออกมาอย่างลืมตัวเลย กับการต่อสู้บนเวทีของจริงในวันนั้น"

ก้าวต่อไปที่ทำให้ ดีด้า นำพาตัวเองเข้าสู่ค่ายมวย "ส.เพลินจิต" ได้นั้น อดีตนักชกสายเลือดน้ำหอมกล่าวว่า

"ระหว่างที่ผมนั่งชมอยู่ในสนามมวยลุมพินี ผมไม่รู้จักใครเลย ผมมาคนเดียว และก็รู้ทันทีว่ามวยไทยนี่แหละคือสิ่งที่ต้องการ ตอนนั้นผมเห็นผู้ชายคนหนึ่งที่นั่งอยู่ในที่นั่งอยู่ใกล้เวทีคนหนึ่ง มีคนเข้าไปยกมือไหว้เขามากมาย ผมก็เลยคิดว่าต้องเข้าไปรู้จักคนๆ นี้ให้ได้เลยไปดักรอเขาตรงทางออก จนผมได้พบกับเขา หรือคุณทองดี ที่เป็นเจ้าของค่ายมวยไทย "ส.เพลินจิต" ผมได้เข้าไปฝากตัวกับเขาและก็ได้ไปกินอยู่หลับนอนและเริ่มต้นฝึกซ้อมมวยไทยอยู่ที่นั่นตั้งแต่บัดนั้นเป็นต้นมา"

วันพฤหัสบดีที่ 20 มกราคม พ.ศ. 2554

ISUZU หวัง THAI FIGHT นำ "มวยไทย" ผงาดโลก

อีซูซุชื่นชมความสำเร็จของการแข่งขันศึกมวยไทยนานาชาติ "THAI FIGHT" และแชมป์คนแรก "ฟาบิโอ พินคา" แชมป์มวยไทยจากประเทศฝรั่งเศสที่ร่วมสืบทอดมรดกการต่อสู้ "ศิลปะแม่ไม้มวยไทย" อันล้ำค่าของไทยได้อย่างยอดเยี่ยมคว้ารางวัลเงินสด 2 ล้านบาท และรถ "อีซูซุดีแมคซ์ เอ็กซ์-ซีรี่ส์" ราคาเกือบ 1 ล้านบาทไปครอง พร้อมมุ่งหวังให้กีฬามวยไทยไปผงาดบนเวทีโลก

หลังจากคัดเฟ้นจนเหลือนักมวยไทย 4 ชาติสุดท้ายจาก 16 ชาติ ศึกมวยไทยนานาชาติ "THAI FIGHT" ได้ฤกษ์ระเบิดศึกครั้งสุดท้ายชิงชัยบนสังเวียน "แชมป์" ประกาศความเป็นสุดยอดนักมวยไทยที่ร่วมสืบสานตำนานความยิ่งใหญ่ของ "ศิลปะแม่ไม้มวยไทย" อันเลื่องชื่อท่ามกลางเสียงเชียร์อันกึกก้องของบรรดาแฟนมวยทั่วฟ้าเมืองไทย ณ สนามกีฬาเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา จ.นครราชสีมา

โดยคู่ชิงชนะเลิศ ได้แก่ ฟาบิโอ พินคา (Fabio Pinca) จากฝรั่งเศส ที่ชนะ เพชรมั่นคง เพชรฟอร์กัส จากไทย ปะทะ ยูเซฟ บูร์กาเนม (Youssef Boughanem) จากเบลเยียม ที่ชนะ โชอิจิโร มิยาโคชิ (Shoichiro Miyakoshi) จากญี่ปุ่นเมื่อแกร่งปะทะแกร่งทำให้เวทีผืนผ้าใบของ THAI FIGHT เดือดพล่าน

แต่ด้วยลีลามวยไทยในสไตล์มวยหมัดหนักของฟาบิโอ พินคา ที่ลุยชกเก็บคะแนนคู่ต่อสู้ตลอด 3 ยก ทำให้คว้าแชมป์คนแรกของศึก THAI FIGHT ในที่สุด

  • รางวัลชนะเลิศ : ฟาบิโอ พินคา จากฝรั่งเศส รางวัลเงินสด 2,000,000 บาท และรถอีซูซุดีแมคซ์ เอ็กซ์-ซีรี่ส์ มูลค่า 1,000,000 บาท
  • รางวัลที่ 2 : ยูเซฟ บูร์กาเนม จากเบลเยียม รางวัลเงินสด 1,000,000 บาท
  • รางวัลที่ 3 : โชอิจิโร มิยาโคชิ จากญี่ปุ่น รางวัลเงินสด 300,000 บาท
  • รางวัลที่ 4 : เพชรมั่นคง เพชรฟอร์กัส จากไทย รางวัลเงินสด 200,000 บาท
มร.เอช. นาคางาวะ กรรมการผู้จัดการ บริษัท ตรีเพชรอีซูซุเซลส์ จำกัด เผยว่า การได้เห็นนักมวยต่างชาติชกมวยไทย และมีลีลาแม่ไม้มวยไทยไม่แพ้คนไทยเลยนั้น เป็นสิ่งที่คนไทยควรภาคภูมิใจ เพราะนั่นหมายถึงว่า เป็นโอกาสดีที่มวยไทยจะก้าวเข้าสู่ระดับโลก และเป็นที่รู้จักของนานาประเทศซึ่งอีซูซุจะดีใจมากถ้าหากวันหนึ่งมวยไทยได้รับการบรรจุเป็นหนึ่งในกีฬาเอเชี่ยนเกมส์ และโอลิมปิก

อย่างไรก็ตามขอให้คนไทยติดตามการแข่งขันศึกอีซูซุคัพที่กำลังแข่งขันกันอยู่ทุกวันเสาร์ ณ สนามมวยสยาม (อ้อมน้อย) เพื่อลุ้นว่านักชกคนใดจะได้เป็นแชมป์ศึกอีซูซุคัพ ครั้งที่ 21 ซึ่งจะเป็นตัวแทนประเทศไทยเข้าร่วมการแข่งขันศึกมวยไทยนานาชาติ THAI FIGHT ในปีหน้าต่อไป
อนึ่งการแข่งขัน "THAI FIGHT" มีวัตถุประสงค์การสนับสนุนการแข่งขัน คือ
  1. เพื่อเป็นการต่อยอดการแข่งขันศึกมวยไทย "อีซูซุคัพ" ซึ่งถือว่าเป็นศึกมวยไทยที่จัดขึ้นยาวนานที่สุดถึง 20 ปี และเป็นรายการมวยถ่ายทอดสดทางโทรทัศน์ที่ยาวนาน และมีเรตติ้งดีที่สุด
  2. เพื่อให้เป็นที่ประจักษ์ว่า "มวยไทย คือ มรดกทางวัฒนธรรมของไทย" ศิลปะป้องกันตัวประจำชาติไทยที่ควรค่าแก่การประกาศความเป็นเจ้าของ และให้ทั่วโลกยอมรับว่าการแข่งขันมวยไทยที่ดีที่สุดต้องที่เมืองไทยเท่านั้นเพราะมวยไทยถือเป็นสุดยอดศิลปะการต่อสู้ที่สวยงามและอันตรายที่สุดในโลกที่ผสมผสานศาสตร์ และศิลป์ได้อย่างลงตัว บ่งบอกถึงการต่อสู้ที่มีพิษสงรอบตัวของบรรพบุรุษไทยที่ได้นำศิลปะการใช้ส่วนต่างๆ ของร่างกายมาเป็นอาวุธที่ทั้งสวยงาม และอันตราย เพื่อต่อสู้ปกป้องรักษาความเป็นไทย นับเป็นมรดกอันทรงคุณค่าที่ยิ่งใหญ่ และยั่งยืน จึงจำเป็นอย่างยิ่งที่จะต้องรักษา "มวยไทย" ไว้ให้อยู่คู่กับชาติไทยสืบต่อไป
  3. เพื่อยกระดับการแข่งขันมวยไทยสู่สากลโดยการผสมผสานมวยไทย และความบันเทิงเข้าด้วยกันเป็น Sport Entertainment ที่สร้างสรรค์โดยคนไทยอย่างสมบูรณ์แบบ
โดยกติกาการแข่งขัน คือ
  1. นักมวยไทยที่มีชื่อเสียงจาก 16 ประเทศ ได้แก่ เนเธอร์แลนด์, ฝรั่งเศส, อังกฤษ, รัสเซีย, ออสเตรเลีย, สเปน, เบลเยี่ยม, อิตาลี, เยอรมนี, โมร็อกโก, ตุรกี, อิหร่าน, จีน, ญี่ปุ่น, เกาหลี และประเทศไทย ร่วมแข่งขัน
  2. นักมวยสามารถใช้อาวุธมวยไทยได้ครบเครื่อง ทั้งหมัด เท้า เข่า ศอก ตามหลักกติกามวยไทย และชกเพียง 3 ยกเท่านั้น
  3. การแข่งขันแบ่งเป็นรอบคัดเลือก 2 ครั้ง และรอบชิงชนะเลิศ

- รอบคัดเลือก รอบแรก จาก 16 คน คัดเหลือ 8 คน

- รอบคัดเลือก รอบสอง จาก 8 คน คัดเหลือ 4 คน

- รอบรองชนะเลิศ และชิงชนะเลิศ จาก 4 คน คัดเหลือ 2 คนเข้าสู่รอบชิงชนะเลิศในวันเดียวกัน

โดยสถานที่จัดการแข่งขันรอบคัดเลือก ณ อินดอร์สเตเดี้ยม หัวหมาก รองรับผู้เข้าชมภายในอาคารได้ถึง 10,000 คน ส่วนรอบรองชนะเลิศ และรอบชิงชนะเลิศ ณ สนามกีฬาเฉลิมพระเกียรติ 80 พรรษา จ.นครราชสีมา ซึ่งสามารถรองรับผู้เข้าชมภายในสนามจำนวน 40,000 คน และถ่ายทอดสดทางสถานีโทรทัศน์ไทยทีวีสีช่อง 3 ในช่วงที่ผ่านมานั่นเอง...

วันจันทร์ที่ 17 มกราคม พ.ศ. 2554

มวยไทยศิลปะคู่บ้านสู่เวทีโลก (1)

มื่อกล่าวถึงศิลปะพื้นบ้านของคนไทย มวยไทย ถือเป็นศิลปะการต่อสู้ป้องกันตัวที่อยู่คู่กับการสร้างบ้านแปรงเมืองของชนชาติไทยมาช้านาน นับตั้งแต่ นายขนมต้ม ที่เรียกได้ว่าเป็นบิดาแห่งศิลปะมวยไทย สร้างตำนานลือลั่นโดยการชกชนะนักมวยพม่า 10 คน จนชาวพม่า จารึกชื่อไว้ในพงศาวดาร

ปัจจุบันศิลปะมวยไทย เป็นที่ยอมรับและแพร่หลายทั่วโลก มีค่ายมวยไทยกระจายทั่วโลกกว่า 20,000 ค่าย และในการแข่งขันชิงแชมป์โลกมวยไทยสมัครเล่นครั้งที่ 3 นี้ มีประเทศที่เข้าร่วมการแข่งขันกว่า 54 ประเทศ อะไรที่ทำให้ชาวต่างชาติพิสมัยศิลปะการต่อสู้ของคนไทย ผมเคยเรียนคิกส์ บ๊อกซิ่งมาก่อน แต่เมื่อมาเห็นมวยไทย ดูนักมวยไทยชกกันที่อังกฤษ ผมชอบมาก เป็นศิลปะป้องกันตัวที่ครบครันที่สุด มันมหัศจรรย์ จัสติน นาวิส เด็กหนุ่มชาติเวลล์ เขาเรียนมวยไทยมา 4 ปี ก่อนที่จะเป็นหนึ่งในคณะของเวลล์เข้าแข่งขันมวยไทยสมัครเล่นชิงแชมป์โลกครั้งนี้

มวยไทยเกิดขึ้นพร้อมๆ กับชาติไทย เป็นสัญชาตญาณของการต่อสู้ สมัยก่อนกษัตริย์ทุกพระองค์เป็นมวยไทย อาทิ พระเจ้าเสือ พระเจ้าตากสินมหาราช หรือขุนนางอย่างพระยาพิชัยดาบหัก ท่านเหล่านี้มีส่วนอย่างยิ่งในการเผยแพร่ศิลปะมวยไทย เสถียร สภาพงษ์ เลขาธิการสมาพันธ์มวยไทยนานาชาติ หนึ่งในหัวแรงหลัก ในการจัดการแข่งขันครั้งนี้ เริ่มเล่าถึงประวัติของมวยไทย ในอดีตชายฉกรรจ์ไทยส่วนใหญ่จะฝึกมวยไทย เพื่อความพร้อมในยามที่บ้านเมืองเกิด ศึกสงคราม ไพร่จะถูกเกณฑ์ไปเป็นทหาร การเรียนรู้ศิลปะมวยไทยจะเป็นพื้นฐานสำหรับการใช้อาวุธอื่นๆ อาทิ ดาบเดี่ยว ดาบ 2 มือ หอก ง้าว เป็นต้น เพราะเมื่อต่อสู้แบบประชิดตัวกับข้าศึก การใช้เท้าแตะ ถีบ คู่กับการใช้อาวุธจะเป็นประโยชน์มาก ขณะเดียวกันในยามที่บ้านเมืองสงบ มวยไทยเป็นส่วนหนึ่งในการทดสอบชายไทยที่จะเข้ารับราชการทหาร การจัดประลองฝีมือมวยไทยในงานสมโภชหรืองานบุญเป็นกิจกรรมที่คนไทยในอดีตให้ความสนใจกันมาก